หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 1

หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก ในประเทศลาว ที่เหมาะมากๆกับสายชิลอย่างอดิ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวแบบหนีความวุ่นวาย อดิบอกเลยว่าหลวงพระบาง ถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบชีวิตแบบสโลวไลฟ์ ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย พร้อมด้วยบ้านเมืองที่สวยงาม มีคาเฟ่บรรยากาศชิคๆที่แฝงตัวอยู่ในอาคารบ้านเรือนเก่าๆในเมืองหลวงพระบาง วัดวาอารามที่มีศิลปะเฉพาะตัวสวยงามมีเอกลักษณ์ ทำให้การเดินเที่ยว ปั่นจักรยานเที่ยวชมหลวงพระบางมันรู้สึกตื่นเต้นทุกนาที เกริ่นมาขนาดนี้ตามอดิมาเสพย์วิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบางไปด้วยกันครับ

ทริปนี้เราเริ่มการเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน Air Asia ที่มีเที่ยวบินตรงกรุงเทพ – หลวงพระบาง วันละ 1 เที่ยวบิน เราจองตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี ทำให้ได้ตั๋วราคาแค่ 2,600 เท่านั้น อันนั้นไม่รวมโหลดกระเป๋านะครับ จากนั้นเราก็เลือกที่พัก ซึ่งโรงแรมในหลวงพระบางนั้นมีให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งเกสเฮาส์ราคาหลักร้อย ไปจนถึงโรงแรมหรู หลังจากที่เลือกอยู่นานพอสมควรเราก็ได้ที่พักของเราในทริปนี้ Burasari Heritage ที่พักบรรยากาศดีริมแม่น้ำคาน จากนั้นก็นับวันรอวันที่จะเดินทาง

Tips ก่อนออกเดินทางไปหลวงพระบาง

เวลา : เวลาของหลวงพระบางตรงกับไทยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก

เงิน : สกุลเงินที่ใช้คือ กีบ แต่หลายร้านก็รับเงินไทย สามารถแลกจากร้านรับแลกเงินในไทย คำนวณเงินแบบง่ายๆ 10,000 กีบ = 40 บาท โดยประมาณ

ปลั๊กไฟ : ที่ลาวใช้ปลั๊กไฟเหมือนกับบ้านเรา

การเดินทาง : ถนนจะใช้สลับฝั่งกับบ้านเราใครที่จะขับรถต้องระวังด้วยนะครับ

อินเตอร์เน็ต : สามารถซื้อซิมการ์ดที่สนามบินใช้เงินไทยได้ 100 บาทเท่านั้น ซื้อเครื่องเดียวแล้วแชร์ฮอตสปอตกันได้ เพราะตามโรงแรมมี Wi-fi ให้ใช้ฟรีอยู่แล้ว

Day 1 : กรุงเทพ – หลวงพระบาง – พระธาตุภูสี

เนื่องจากเที่ยวบินของแอร์เอเชีย ไปหลวงพระบางออกเดินทาง 14.30 น. ทำให้เราไม่ต้องรีบตื่นแล้วมาสนามบิน เหมาะกับทริปหลวงพระบางมากๆ เริ่มตั้งแต่มาสนามบินแบบสโวไลฟ์ไม่ต้องรีบฝ่ารถติดเหมือนตอนบินเช้าๆ เรามาถึงสนามบินประมาณเที่ยงครึ่ง จัดการเช็คอินเรียบร้อยเข้าไปรอขึ้นเครื่องออกเดินทาง นั่งรอเพลินๆไม่นานก็ประกาศขึ้นเครื่องมีรถบัสมารอรับไปขึ้นเครื่องที่ลานจอด พร้อมออกเดินทางสู่หลวงพระบาง Let Go

ระหว่างเดินทางพนักงานตอนรับจะแจกเอกสารตม.ให้เรากรอกเพื่อความรวดเร็วในการผ่านตม.หลังจากลงเครื่อง นั่งอยู่บนเครื่องเพลินๆ เลยสั่งมาทาน การเดินทางไปหลวงพระบางใช้เวลาไม่นานประมาณ 1.30 ชม. เท่านั้น ช่วงที่นักบินจะนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานหลวงพระบาง อย่ามัวหลับนะครับ ใครที่ได้นั่งริมหน้าต่างอย่าลืมหันไปมองวิวบอกเลยว่าวิวสวยมากๆยิ่งเรามาช่วงหน้าฝนภูเขาสูงๆก็จะสีเขีย มีแม่น้ำลำธารที่ไหลผ่านภูเขา ช่วงหน้าฝนน้ำเลยอาจะดูแดงๆไปสักหน่อย พอเครื่องลงจอดเราก็ต่อแถวเพื่อผ่านด่านตม. หลังจากออกด่านตม. สายโซเชียลทั้งหลายแวะไปที่ตู้รับเปลี่ยนซิมที่ตั้งอยู่ภายในท่าอากาศยาน ค่าเสียหายอยู่ที่ 100 บาท จ่ายเงินไทยได้ด้วย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 2
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 3
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 4

เราจองรถของทางโรงแรมให้มารับออกมาก็เจอเจ้าหน้าที่มารอรับเราที่หน้าประตูทางออก รถที่ทางโรงแรมใช้เป็นรถเบนซ์ คลาสสิคมากๆ แบบได้กลิ่นของความเป็นหลวงพระบางตั้งแต่ก้าวออกจากสนามบินเลย Mr.Bu พนักงานขับรถให้ข้อมูลของหลวงพระบาง และแนะนำที่เที่ยวระหว่างที่เดินทางมาโรงแรมอย่างเป็นกันเอง ค่าบริการรถรับ-ส่งของโรงแรมจะอยู่ที่ 15 USD/เที่ยว ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเราก็เดินทางถึงที่พักของเรา

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 5
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 6

Burasari Heritage ที่พักบรรยากาศดีริมน้ำคาน พนักงานต้อนรับเสริฟ Welcome Drink พร้อมให้ข้อมูลของโรงแรมและแนำนำที่เที่ยวอย่างละเอียด เราจองพักผ่าน Agoda ห้อง Superiorได้ราคามา 2,4xx แต่ว่าราคาก็มีปรับขึ้นลงตามปริมาณการจองของโรงแรมในแต่ละวัน ทางโรงแรมยังให้เลือกกิจกรรมระหว่าง ใส่บาตร, ไปจ่ายตลาดกับเชฟ, เครื่องดื่มค็อกเทล ซึ่งกิจกรรมรวมในราคาห้องพักแล้วด้วย บอกเลยว่าคุ้มมากๆ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 7
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 8

Superior Room ห้องพักขนาดกว้างขวาง ภายในตกแต่งแบบคลาสิคเข้ากับบรรยากาศของเมืองหลวงพระบางเป็นอย่างดี ส่วนห้องน้ำจะเป็นอ่างที่มีม่านกั้นดูเก๋ไปอีกแบบยิ่งใครมากับคนรักยิ่งโรแมนติคสุดๆ ภายในห้องยังมี Mimi Bar ที่ให้ทานฟรี มีน้ำอัดลม แถมมีเบียร์ลาวให้ทานด้วยละ บอกเลยว่าคุ้มมากๆ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 9
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 10
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 11
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 12
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 13
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 14
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 15

หลังจากเก็บของเข้าห้องเรียบร้อย ก็เตรียมจัดกระเป๋าเตรียมอุปกรณ์สำหรับไปเดินเที่ยวเมืองหลวงพระบาง ทริปนี้อดิหยิบนาฬิกา WISE รุ่น T 100 Carbon นาฬิกาแบรนด์ไทย ที่บอกเลยว่าคุณภาพไม่แพ้แบรนด์นอก แถมยังมีดีไซน์เรียบเท่ ออกแนวสปอร์ต ใส่ได้ง่ายกับทุกชุด แถมนาฬิกายังน้ำหนักเบาด้วยตัวนาฬิกาที่ผลิตจาก Fiber Carbon เรียกว่าพกมาเรือนเดียวรับรองเอาอยู่ทั้งทริป

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 16
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 17
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 18
ตัวเรือนสีดำเข้าได้ง่ายกับทุกชุด

สำหรับที่แรกที่เราวางแผนไว้นั้นก็คือไปชมพระอาทิตย์ตกที่ พระธาตุพูสี ซุ่งอยู่บริเวณกลางเมืองหลวงพระบาง เป็นจุดชมวิวเมืองหลวงพระบางจากมุมสูงและชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากๆ ใครมาเที่ยวหลวงพระบางห้ามพลาดเด็ดขาด ซึ่งการเดินขึ้นไปด้านบนจะสามารถขึ้นได้หลายทาง โดยต้องขึ้นบันไดจำนวน 328 ขั้น แต่ตอนกลับแนะนำให้เดินลงฝั่งตลาด จะได้แวะเดินเที่ยวตลาดกลางคืนกันต่อเลย พอเดินขึ้นมาข้างบนบอกเลยว่านักท่องเที่ยวเยอะมากๆ นั่งรอจับจองที่กันแบบไม่กลัวแดดร้อนกันเลย พอถึงช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกบอกเลยว่าสวยมากๆคุ้มค้ากับการรอคอย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 19
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 20
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 21
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 22
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 23
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 24

เดินลงมาก็จะเจอกับตลาดค่ำซึ่งจะมีสินค้าพื้นท้องถิ่นหลากหลายชนิดจำหน่าย สามารถเลือกหาของฝาก ของที่ระลึกกันได้ตามชอบเลย เดินมาจนสุดตลาดจะมีซอยเล็กๆอยู่ด้านข้างโรงแรม Indigo เป็นแหล่วงรวมของอาหารแนว Street Food ของหลวงพระบาง ให้เลือกนั่งทานกัน เย็นนี้เราเลยฝากท้องไปที่นี่กับเมนูส้มตำและปลาเผา รสชาติดี ราคาไม่แพงด้วยครับ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 25
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 26
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 27
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 28
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 29
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 30
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 31
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 32

หลังจากทานอาหารเสร็จเลยขอไปนั่งชิลๆที่ Rooftop Bar ซึ่งจะอยู่บนชั้นดาดฟ้าภายในโรงแรม Indigo เดินขึ้นบันไดมาจนชั้นบนสุดก็จะเจอกับ Rooftop Bar ที่สามารถสั่งเครื่องดื่มเย็นมานั่งจิบชิลๆ พร้อมชมวิวแสงสี อันสวยงามของตลาดหลวงพระบางในยามค่ำคืนได้อีกด้วย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 33
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 34
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 35

ระหว่างเดินเที่ยวช่วงกลางคืน ก็ไม่เป็นกังวลเรื่องการดูเวลา แค่ยกนาฬิกา WISE รุ่น T-100 Carbon ที่ตัวเรือนมีหลอด Gas Light ที่สามารถเรืองแสงด้วยตัวเองในเวลาที่เราอยู่ในที่มืด สะดวกมากๆเลยละครับ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 36
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 37
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 38
หลอด Gas Light ที่สามารถเรืองแสงได้เองในที่มืด สะดวกมากๆสำหรับสายท่องเที่ยว

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาเท่ๆ คูลๆ ใส่ออกทริปแบบพกเรือนเดียวเอาอยู่ อดิแนะนำนาฬิกา WISE รุ่น T-100 Carbon เรือนนี้เลยครับ รับรองใส่แล้วเสริมลุคให้การเดินทางของคุณให้ลุคดูโดดเด่นมีสไตล์แน่นอน

สอบถาม/สั่งซื้อนาฬิกา WISE ออนไลน์ ได้ที่
Facebook : Thailandwatch
Inbox :https://m.me/wisewatch


Day 2 : หลวงพระบาง – ตาดกวางสี

วันที่สองเราตั้งปลุกไว้ตี 5 เพราะเรามีนัดกับโรงแรมไปใส่บาตรเช้า เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ใครมาหลวงพระบางแล้วไม่พลาดที่จะมาร่วมใส่บาตร ซึ่งพระที่หลวงพระบางจะออกบิณฑบาตรประมาณตี 5 ครึ่ง ถึง 6 โมงกว่าเท่านั้น

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 39
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 40

หลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย เดินเลยมาแถวตลาดกลางคืนจะมีซอยทางขวามือ ซึ่งจะเป็นตลาดเช้าที่มีทั้งพืชผัก, วัตถุดิบที่นำไปทำอาหาร ยังมีร้านขายอาหารให้นั่งทานยามเช้าด้วย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 41
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 42
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 43
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 44
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 45
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 46

เราเดินมาจนสุดตลาด เพื่อไปอีกหนึ่งร้านเก่าแก่ของหลวงพระบาง และเป็นร้านยอดฮิตของหลายๆคนที่มาเที่ยว นั่นก็คือ ร้านประชานิยม เป็นร้านขายอาหารง่ายๆเหมาะกับทานในช่วงเช้า มีเมนู, ไข่ลวก, ข้าวต้ม, กาแฟ, ปาท่องโก๋ มีทั้งโต๊ะนั่งหน้าร้าน และบริเวณริมแม่น้ำโขง

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 47
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 48
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 49

ระหว่างรอเวลาทัวร์ไปตาดกลางสี ที่เราจองไว้กับ Klook ซึ่งรถจะมารับเวลา 11.30 น. เพื่อไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เราเลยเดินลัดเลาะริมแม่น้ำคานเพื่อไปนั่งเล่นที่ Utopia คาเฟ่บรรยากาศสุดชิล เรามาช่วงเช้าที่นั่งเลยยังไม่แน่นเท่าไหร่ แต่ถ้าใครมาช่วงเย็นบอกเลยว่าตรงนี้ทำเลทองมากๆ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 50
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 51
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 52
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 53

สำหรับทัวร์ไปตาดกลวงสีเราจองกับทาง Klook ที่รวบรวมตั๋วเข้าเครื่องเล่น และทัวร์ จากหลากหลายประเทศ ซึ่งการจองก็ง่ายมากๆ สามารถคลิกจองผ่านแอพทางมือถือ แถมยังไม่ส่วนลดมาให้เรื่อยๆ ครั้งนี้เราใช้บริการครั้งแรกก็มีส่วนลดให้ด้วย ราคาทัวร์ไปตาดกวางสี ไป-กลับ คนละ 182 บาทเท่านั้น แต่ถ้าจองครั้งแรกมีส่วนลดให้สรุปแล้วเหลือคนละ 172 บาทเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหาทัวร์ในเมือง ตอนจองอย่าลืมระบุโรงแรมที่จะให้รถมารับไว้ในแบบฟอร์มตอนจองด้วยนะครับ หลังจากทำการจองก็จะมีอีเมลล์ยืนยัน วันเดินทางก็แค่ใช้ QR Code แสดงกับคนขับ สะดวกมากๆ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 54
แค่คลิกจองผ่านทางมือถือสะดวกมากๆ
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 55

ใกล้เวลานัดเรากลับมารอรถที่จะไปตาดกลางสี ซึ่งนัดให้รถมารับที่โรงแรม นั่งรอไม่นานรถก็มาถึงด้วยรถที่ลาวจะขับคนละฝั่งกับบ้านเรา เราเลยแอบงงไปยืนรอฝั่งซ้ายด้วยความเคยชิน อ้าวนี่อยู่ลาวนะนี่ประตูรถเขาขึ้นกันทางขวานะ สมาชิกครบ เรียกว่าทริปนี้นานาชาติเลย มีทั้งไทย, ญี่ปุ่น, ฝรั่ง

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 56

การเดินทางไปตาดกลางสีจะต้องขับรถออกไปจากตัวเมืองหลวงพระบาง ขึ้นเขาเล็กน้อยแต่ไม่ชันมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึง ตาดกวางสี หรือ น้ำตกกวางสี เป็นน้ำตกที่สวยมากๆในหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูนมีความสูงประมาณ 70 เมตร น้ำที่ไหลจากด้านบนลงมาแอ่งน้ำที่อยู่ด้านล่างใสเป็นสีฟ้าสวยงาม บริเวณโดยรอบยังล้อมไปด้วยต้นไม้สูงๆสีเขียว ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ร่มรื่นสวยงามยิ่งขึ้น บริเวณน้ำตกยังมีสะพานไม้ทอดยาวทอดผ่านข้ามไปยังลำธาร สามารถเดินเล่นชมวิว ถ่ายรูปความสวยงามของตาดกวางสี หรือถ้าใครอยากลงแช่น้ำเย็นๆ ก็จะมีจุดสำหรับลงเล่นน้ำได้ด้วย การเข้าชมตาดกวางสีต้องเสียค่าเข้าอีกคนละ 20,000 กีบ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 57

ระหว่างเดินเข้าไปน้ำตกที่อยู่ด้านบนจะศูนย์อนุรักษ์มีหมีควายให้เราได้แวะให้เราชมความน่ารักของหมีที่ถูกดูแลให้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 58
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 59
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 60
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 61
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 62

หลังจากเดินชมน้ำตกเสร็จมื้อกลางวันเราเดินผ่านร้านอาหารภายในน้ำตกเลยแวะหาอะไรทานกันซะหน่อย บอกเลยว่าร้านนี้วิวดีมากๆ นั่งทานอาหารพร้อมชมวิวน้ำตกสวยๆไปแบบเพลิน จนใกล้ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับประมาณ 15.00 น. เราเลยรีบเดินกลับไปที่รถ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 63
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 64

รถมาส่งเราที่พักเราเลยแวะไปนั่งชิลที่อีกร้านคาเฟ่บรรยากาศดี Seffron Cafe เป็นอีกร้านกาแฟบรรยากาศดี ร้านจะอยู่ถนนริมแม่น้ำโขง มีโต๊ะริมน้ำบรรยากาศดีให้นั่งชิลด้วย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 65
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 66
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 67
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 68

ช่วงเย็นเราไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน เพื่อจะแวะไปหาอะไรทานมื้อเย็นเลยขอเป็นอาหารง่ายๆหลังจากเซิสเลือกร้านกันอยู่นาน ร้านนั่นก็ไกล ร้านนี้ก็ไม่เอา เลยจบลงที่สุกี้ข้างวัง ร้านสุกี้ริมถนนอยู่บริเวณข้างๆพระราชวังหลวง ทางร้านมีตะกร้าให้เราเลือกหยิบใส่ได้ตามชอบ ทางร้านเอาไปต้มใส่หม้อร้อน แล้วใส่ถ้วยยกมาเสริฟทานคู่กับพริกหมาล่า รสชาติน้ำซุปอร่อยดี ราคาไม่แพงด้วย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 69
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 70
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 71
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 72

หลังจากทานอาหารเย็นแล้ว เรากลับไปที่ห้องอาหารของโรงแรม Burasari Heritage เพื่อไปนั่งจิบค็อกเทลชิลๆ ซึ่งจะรวมอยู่ในราคาห้องพักที่เราได้จองไป คุ้มมากๆ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 73
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 74

Day 3 : เที่ยวเมืองหลวงพระบาง – กรุงเทพฯ

เติมพลังมื้อเช้ากันก่อนออกไปเที่ยว เราขอโรงแรม Late Check-Out อันนี้ขึ้นอยู่กับห้องว่างด้วยนะ โรงแรมใจดีมากให้เรากลับมาเช็คเอาท์ได้ตอนบ่ายสอง เรามีจองรถโรงแรมให้ไปส่งที่สนามบิน ส่วนทริปวันนี้แพลนว่าจะปั่นจักรยานเที่ยวชมวิถีหลวงพระบาง ซึ่งทางโรงแรมมีจักรยานให้ยิมปั่นฟรีด้วยละ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 75
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 76
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 77

สำหรับที่แรกเราแวะไปที่ วัดเชียงทอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมของเรา วัดถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่ในเมืองหลวงพระยาง มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบล้านช้าง ไฮไลน์สำหรับนักท่องเที่ยวนั้นก็คือถ่ายรูปกับหน้าต่างของวิหารที่ผนังด้านนอกตกแต่งด้วยกระจกสีตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาต่อกันเป็นรูปร่างต่างๆ เล่าเป็นนิทานพื้นบ้านลงบนผนังสีชมพู ใครมาแล้วห้ามพลาดเด็ดขาด ค่าเข้าชม 20,000 กีบ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 78
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 79
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 80
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 81

ไม่ไกลจากวัดมีร้านครัวซอง Le Banneton ร้านขึ้นชื่อของหลวงพระบางที่มีครัวซองหอมๆหลากหลายแบบให้เลือกทาน ยิ่งทานคู่กับกาแฟยิ่งเข้ากันเป็นอย่างดี ทำให้เป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเที่ยวหลวงพระบาง

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 82
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 83
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 84
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 85

จากนั้นเราก็ปั่นจักรยานเที่ยวต่อไปเรื่อย เจอมุุมสวยๆก็แวะถ่ายรูปเล่น แค่ปั่นเที่ยวในเมืองหลวงพระบางก็มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 86
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 87
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 88
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 89

เดินเที่ยวจนถึงเที่ยงสำหรับแพลนวันนี้เราไม่พลาดที่จะมาร้านส้มตำร้านดังของเมืองหลวงพระบาง ร้านส้มตำป้าติ๋ม ที่มีเมนูเด็ดหลายเมนู ทั้งส้มตำหลวงพระบางที่มะละกอจะเป็นเส้นบางๆขนาดใหญ่หน่อย, ไก่ทอดที่ย่างจนแห้งหนังกรอบ จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด, ไส้อั่วรสชาติดี นี่อดิพิมพ์ไปยังน้ำลายแทบไหล คิดแล้วก็อยากกินอีก เป็นอีกร้านที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 90
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 91
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 92

เติมพลังมื้อกลางวันเสร็จเราขับรถมาเพื่อจะมา พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง แต่ช่วงที่เรามาเป็นช่วงพักกลางวันพอดี จะเปิดให้เข้าชมอีกทีช่วงบ่ายเลย ซึ่งใกล้เวลาที่เราต้องกลับพอดี เลยได่แต่ถ่ายภาพสวยๆจากด้านนอก ใครจะมาต้องเช็คเวลาให้ดีด้วยนะครับ

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 93
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 94
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 95
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 96

แวะมานั่งชิลที่ Joma Cafe อันนี้เราขับมาสาขาที่อยู่เลยวงเวียนมา ขับมานิดเดียวก็จะเจอกับร้านทางด้านขวามือ ภายในร้านตกแต่งบรรยากาศอย่างสวยงาม มีขนมน่าทานหลายเมนูให้เลือก สายชิลอย่างอดิไม่กลัวร้อนอยากซึมซับวิถีแบบหลวงพระบางขอนั่งชิลๆรับลมที่โต๊ะหน้าร้าน นั่งจิบกาแฟทานเบเกอรี่อร่อย พร้อมชิลไปกับบรรยากาศของหลวงพระบาง

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 97
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 98
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 99
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 100
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 101
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 102

หลังจากนั่งชิลที่ Joma Cafe สักพักก็ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับไปแพ็คกระเป๋า แอบเสียดายเพราะยังมีอีกหลายที่ที่เราอยากไปแล้วเวลาไม่พอ ถ้ามาอยู่อาทิตย์นึงอดิว่าก็ยังเที่ยวไม่ทั่วแน่ๆ เพราะร้านต่างๆที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางอาคารเก่าๆแต่ละร้านบรรยากาศมันช่างน่าเข้าไปค้นหาซะเหลือเกิน อดิคงต้องหาโอกาสมาเที่ยวที่หลวงพระบางอีกแน่นอน

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 103

มาถึงที่โรงแรมเรานัดรถออกเดินทาง 14.30 น. เพื่อไปส่งเราขึ้นเครื่องที่สนามบินหลวงพระบาง สำหรับใครที่มีเงินเหลือสามารถเช็คเรทจากเมืองไทยว่าราคาที่ไหนดีกว่า แต่เราเช็คเราถ้าแลกคืนที่หลวงพระบางจะได้เรทดีกว่า เลยแลกที่ร้านสีแดงในแอร์พอร์ทซะเลย

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 104
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 105
พนักงานขับรถของโรงแรมให้บริการเราอย่างดีทั้งให้ข้อมูล แนะนำที่เที่ยว รับ-ส่ง เราที่สนามบิน
หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 106
ต่อแถวโหลดกระเป๋ากันเตรียมตัวกลับ ยังไม่อยากกลับเลย

ทริปหลวงพระบาง เป็นอีกทริปที่อดิประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศอันสวยงามของเมืองมรดกโลก วัดวาอารามที่มีเอกลักษณ์งดงาม ร้านคาเฟ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามแต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความเป็นหลวงพระบาง บอกเลยว่าใครอยากหาที่เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์แบบมาใช้ชีวิตช้าๆ ชิลๆ อดิแนะนำให้ลองมาหลวงพระบาง รับรองว่าถูกใจสายชิลแน่นอน

หลวงพระบาง : สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ สไตล์หลวงพระบาง 107

ChillWithAdi : อดิพาชิล
Facebook : https://web.facebook.com/chillwithadi/
Website : https://chillwithadi.com
IG : chillwithadi 
IG Link : https://goo.gl/VAAstm
Youtube : https://goo.gl/Zp33TS