La Foresta By The River Lodge : บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศอบอุ่น @ กาญจนบุรี

ใครอยากหาที่แฮงค์เอาท์กับแก๊งค์เพื่อนๆ หรืออยากหาที่พักผ่อนบรรยากาศชิลๆกับครอบครัวในวันหยุด กาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่ใกล้กรุงที่อดิชอบมากๆ เพราะมีที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆทั้งภูเขา, แม่น้ำ, น้ำตก ทำให้เป็นจังหวัดที่มากี่ครั้งอดิก็ไม่เคยเบื่อ หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาเกือบจะสิ้นปี พอมีวันว่างอดิไม่รอช้าที่จะหาที่พักมานอนทิ้งตัวชิลๆสักคืน บอกเลยว่าเปิดดูโรงแรมที่กาญจนบุรีแล้วแอบตาลายเพราะโรงแรมเยอะมากๆ เปิดไปเปิดมาเลยไปสะดุดตากับที่ La Foresta By The River Lodge กับบรรยากาศของที่พักที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงสีเขียวๆ  และจำนวนห้องพักของรีสอร์ทที่มีแค่เพียง 3 หลัง เลยปักหมุดว่าที่นี่แหละน่าจะเหมาะกับทริปพักผ่อนชิลๆของอดิ

สำหรับการเดินทางไปจ.กาญจนบุรี สามารถเดินทางไปได้หลายทางมาก ทริปนี้เราลองขับรถมาทางอ.บางเลน เพื่อเข้าสู่จ.กาญจนบุรี ทาง อ.พนมทวน ระหว่างทางอดิเลยหาคาเฟ่ดื่มกาแฟชิลๆซะหน่อย อดิแวะไปที่ ร้านลำยวน คาเฟ่น่ารักๆ ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านสีขาว ที่ร้านลำยวนนอกจากจะมีเบเกอรี่แล้ว ยังมีเมนูขนมไทยอร่อยให้ทานด้วย

ดื่มกาแฟแก้ง่วงแล้วออกเดินทางต่อกันดีกว่า La Foresta By The River Lodge อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี เพียง 30 นาทีเท่านั้น เราขับรถผ่านถนนเลี่ยงเมือง เลี้ยวขวาสู่ถนน 3199 ทางเดียวกับไปน้ำตกเอราวัณและเขื่อนศรีนครินทร์ ขับรถชมวิวมาเพลินๆ ก็เจอกับป้าย  La Foresta By The River Lodgeอยู่ทางซ้ายมือ

เพียงเลี้ยวผ่านรั้วเข้าสู่ La Foresta By The River Lodge บริเวณจุดจอดรถก็ร่มรื่นไปด้วยร่มเงาของต้นไม้สูง เราจอดรถเรียบร้อยก็เดินไปเช็คอินที่ล็อบบี้ ทางที่พักเสริฟของว่างพร้อมน้ำมะตูมหอมๆ หลังจากทานของว่างเรียบร้อยเราก็รับกุญแจเพื่อไปที่บ้านพักที่เราจองไว้เป็นบ้านหลังใหญ่ สองชั้น บ้านพักถูกสร้างอย่างสวยงามอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงทำให้รู้สึกร่มรื่น ภายในบ้านมีห้องนอนทั้งหมด 4 ห้อง แต่ละห้องถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรป ให้ความรู้สึกเหมือนเราไปเที่ยวบ้านตากอากาศของเพื่อนที่เมืองนอกประมาณนั้นเลย 

เปิดประตูบ้านชั้นล่างเข้าไปก็จะเจอกับห้องนั่งเล่น พร้อมโซฟาหนังหรูหราที่ถูกจัดวางไว้ให้นั่งเล่นคุยกันแบบชิลๆ บริเวณชั้นล่างจะมีห้องนอน 2 ห้อง เป็นห้องเตียงใหญ่ 1 ห้อง และเตียงคู่อีก 1 ห้อง พร้อมห้องน้ำบรเวณส่วนกลาง


เดินออกจากตัวบ้านมาเพื่อขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง พอเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอกับห้องนั่งเล่นที่โปร่งโล่ง มีเบาะนุ่มให้นั่งดูทีวี ยังมีเก้าอี้โยกให้นั่งเอนกายพร้อมผ่อนคลายไปกับบรรยากาศต้นไม้สีเขียวๆที่อยู่บริเวณรอบบ้านไปแบบเพลินๆ บริเวณชั้นสองจะมีห้องน้ำ และเคาเตอร์ที่มีไมโครเวฟ ตู้เย็น และซิงค์ล้างจาน เดินออกมาริมระเบียงจะมีโต๊ะสำหรับทานอาหาร ใครที่จะชวนแก๊งค์เพื่อนๆมาปาร์ตี้กัน บอกเลยว่ามุมนี้เหมาะมากๆ เดี๋ยวช่วงเย็นเราก็จะทานอาหารกันตรงนี้ละครับ

เดินขึ้นบันไดขึ้นมาจะเจอกับห้องนอนที่ออกแบบให้เหมือนกับห้องนอนใต้หลังคา โดยทั้ง 2 ห้อง จะเป็นห้องเตียงใหญ่ โดยห้องนอนหลักจะมีห้องน้ำในตัวด้วย

ออกมาเดินเล่นชมวิวรอบๆที่พักกันซะหน่อยดีกว่า เราเดินผ่านทางเดินภานในที่พัก มีต้นไม้สูงที่ช่วยให้ร่มเงาแม้ในยามบ่ายที่แดดแรงมากๆ เดินอยู่ในที่พักก็ไม่รู้สึกถึงอากาศร้อนเลย ด้านหลังของรีสอร์ทจะอยู่ติดกับริมน้ำ ซึ่งจะมีบ้านพักอีก 2 หลัง บรรยากาศดีไม่แพ้กัน เหมาะกับใครที่อยากหาที่สวีทกับหวานใจ ในบรรยากาศชิลๆริมน้ำมากๆ เดินลงบันไดมาด้านล่างก็จะเจอกับวิวสวยๆของแม่น้ำแควใหญ่

นอนเล่นพักผ่อนไปเพลินๆ ถึงเวลาอาหารเย็น ที่พักบรรยากาศดีแบบนี้ไม่อยากขับรถออกไปไหนแล้ว ทางที่พักมีบริการอาหาร เราเลยสั่งอาหารมาทานกันที่บริเวณระเบียง เราสั่งเมนูขึ้นชื่อของเมืองกาญจน์ อาทิ ต้มยำปลาคัง, ผัดเผ็ดหมูป่า, ผักกูดผัดน้ำมันหอย,  บาร์บีคิวสูตรเด็ดของที่นี่  ถ้าใครที่อยากมาปาร์ตี้ BBQ ก็สามารถขอเตาปิ้งย่างจากทางรีสอร์ทได้ด้วย ทานอาหารพร้อมจิบเครื่องดื่มชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติ บอกเลยว่าบรรยากาศดีมากๆ

พระอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า ที่พักเริ่มเปิดไฟ เราเลยออกมาเก็บภาพสวยๆมาฝาก ดึกแล้วเลยมานอนเล่นพักผ่อนเอาแรงพรุ้งนี้เรามีแพลนจะไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณกัน

ตื่นเช้ามาบอกเลยว่าอากาศสดชื่นมากๆ  ปกติอาหารเช้าของทางรีสอร์ทจะเสริฟบริเวณระเบียงห้องพัก แต่ด้วยความที่มาที่พักริมน้ำแบบนี้อดิเลยอยากนั่งกินอาหารชิลๆ ชมวิวธรรมชาติยามเช้าซะหน่อย เลยขอให้ทางรีสอร์ทจัดอาหารให้บริเวณริมน้ำ ทางรีสอร์ทก็ใจดีมากๆ จัดอาหารเช้ามาเสริฟให้ที่โต๊ะริมน้ำ ช่วงเช้าเขื่อนจะยังไม่ปล่อยน้ำมาเป็นช่วงน้ำลงจะมองเห็นโขดหิน นั่งทานอาหารไปสักพักพอเขื่อนเริ่มปล่อยน้ำมาน้ำก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆบรรยากาศก็สวยงามไปอีกแบบ

ทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย กลับมานั่งเล่นสูดอากาศสดชื่นยามเช้าที่บ้านพักกันอีกซักหน่อย ก่อนจะถึงเวลาเช็คเอาท์ อดิบอกเลยว่า La Foresta เป็นอีกที่พักบรรยากาศดี ถึงแม้พื้นที่ไม่กว้างมาก แต่อบอุ่นมากด้วยการบริการอย่างเป็นกันเองของเจ้าของที่พักและพนักงาน เหมือนเราแวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนต่างจังหวัดประมาณนั้น ที่นี่จึงเหมาะกับใครที่อยากหาที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบเป็นส่วนตัว หรือจะหาที่ปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนๆ แถมยังสามารจองที่พักแบบเหมาทั้ง 3 หลัง แล้วจัดปาร์ตี้แบบส่วนตัวได้ด้วย 

เราขับรถออกจากที่พักเพื่อมุ่งหน้าไปน้ำตกเอราวัณ ขับมาไม่นานก็เจอแยกโป่งปัดที่เป็นเส้นทางเชื่อมไปอ.ทองผาภูมิ และสังขละบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ท ใกล้เที่ยงเราเลยแวะไปหาที่ทานอาหารรองท้องก่อนที่จะต้องใช้พลังในการเดินขึ้นน้ำตกเอราวัณ รอบนี้เราแพลนว่าจะไปให้ถึงชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของน้ำตกเอราวัณ เราแวะไปทานอาหารเที่ยงกันที่ Lake View Camp ตอนแรกเราเข้าใจว่าร้านอยู่ติดริมทะเลสาบ แต่ที่จริงแล้วเป็นแม่น้ำแควใหญ่ แต่เป็นช่วงที่พื้นที่กว้างมาก เลยทำให้เหมือนเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ นั่งทานอาหารชมวิวไปแบบชิลๆ บรรยากาศดีมากเลย

ทานอาหารเติมพลังเสร็จเรียบร้อย ออกเดินทางกันต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำตกเอราวัณ ซึ่งทางเข้าจะตรงผ่านเข้าไปทางเดียวกับเขื่อนศรีนครินทร์เลยขอแวะไปชมบรรยากาศเก็บภาพสวยๆของเขื่อนศรีนครินทร์กันสักหน่อย

ขับรถลงมาจากเขื่อนศรีนครินทร์จะเจอแยกทางขวามือที่จะเลี้ยวไปน้ำตกเอราวัณขับต่อไปอีกประมาณ 15 นาที ก็จะเจอกับด่านเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน เสียค่าเข้าคนละ 100 บาท จากนั้นก็ขับรถไปจอดบริเวณจุดจอดรถ สำหรับใครที่อยากออกกำลังกายก็สามารถเดินเล่นชมวิวเพลินเข้าไปด้านใน แต่ใครที่อยากเก็บแรงไว้ไปเดินขึ้นน้ำตกก็มีรถกอล์ฟบริการไปส่งถึงทางเข้าน้ำตก ค่าบริการเที่ยวละ 30 บาท/คน เดินเข้าไปด้านในก็จะเจอกับความสวยงามของน้ำตกเอราวัณ สำหรับใครที่เดินไม่ไหวอดิว่าตรงชั้น 5 ก็เป็นอีกจุดที่สวยเหมาะกับการนั่งเล่นน้ำ เพราะต่อจากชั้นที่ 5 ทางเดินจะเริ่มต้องปีนป่ายบ้าง แนะนำให้ใส่รองเท้าที่แข็งแรงเหมาะกับการปีนป่ายมาจะดีมากๆ เดินไปเรื่อยๆเราก็มาถึงสวรรค์ชั้น 7 ของน้ำตกเอราวัณ บรรยากาศของน้ำสวยงามหายเหนื่อยครับ

สำหรับใครที่ไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณ แล้ววางแผนจะไปเที่ยวสังขละต่ออาจจะต้องใช้เวลาขับรถนานพอควรทีเดียว ถ้าอยากเที่ยวแบบชิลๆก็สามารถแวะมาพักท่ามกลางธรรมชาติ สูดอากาศสดชื่นที่ La Foresta By The River Lodge สักคืนก่อนเดินทางไปเที่ยวต่อก็ได้นะครับ

La Foresta By The River Lodge @ Kanchanaburi

บ้านหลังใหญ่  เริ่มต้น 9,500.-บาท สำหรับ 8 ท่าน พร้อมอาหารเช้า

บ้านริมน้ำ เริ่มต้น 2,500.-บาท สำหรับ 3 ท่าน พร้อมอาหารเช้า

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook : https://web.facebook.com/LaForestaKanchanaburi

Line : Foresta_3199

Tel : 062-829-0581