ป่าสนวัดจันทร์ : นอนกลางป่าสน สัมผัสลมหนาว ชมหมอกยามเช้า

หลังจากที่เลื่อนดูเฟสบุคเห็นภาพของหลายๆคนที่ไปเที่ยวที่ ป่าสนวัดจันทร์ ภาพหมอกลอยบนผิวน้ำตรงอ่างเก็บน้ำในยามเช้ามันช่างเป็นแรงดึงดูดชั้นดี ที่ทำให้่อดิอดใจไม่ได้ที่จะต้องจัดทริปขึ้นไปสัมผัสด้วยตัวเอง หลังจากศึกษาข้อมูล โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.อ.ป. หรือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อยู่ที่ อ.กัลยานิวัฒนา อำเภอที่ 878 ของประเทศไทย ใน จ.เชียงใหม่ ด้วยที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูง ทำให้บริเวณนี้จึงอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี นอกจากบรรยากาศที่พักที่อยู่ท่ามกลางป่าสน ที่นี่ยังมีต้นเมเปิ้ลที่จะเปลี่ยนสีช่วงเดือน ธ.ค-ม.ค (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) เราจึงวางแผนเดินทางไปช่วงปลายเดือน ม.ค

หลังจากได้วันว่างที่จะเดินทาง เราเลยโทรไปจองบ้านพัก โดยการจองที่พักนั้นต้องโทรไปจองห้องพักกับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะอยู่ที่สำนักงานในตัวเมืองเชียงใหม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะส่งชื่อไปที่โครงการเราแค่แจ้งชื่อในวันเข้าพักได้เลย เราเลือกจองเป็นบ้านสนเขา เป็นบ้านทรงเอเฟรม มีห้องน้ำในตัว ราคา 800.-บาท/คืน สำหรับอาหารการกินนั้นทางโครงการต้องให้เราจองล่วงหน้านะครับ เราเลยจองมื้อเย็น คนละ 150 บาท (อาหาร 4-5 รายการ) และมื้อเช้าคนละ 100 บาท (ข้าวต้ม+ขนมปัง+กาแฟ/โอวัลติน) หลังจากโอนเงินเรียบร้อยก็ส่งเมลล์ไปให้ทางเจ้าหน้าที่ ก็จะมีเมลล์ยืนยันตอบกลับมาเป็นอันเรียบร้่อย เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าได้เลย

การเดินทางก็สามารถมาได้หลายแบบ ทั้งเช่ารถ, รถส่วนตัว, หรือรถสาธารณะ ทริปนี้ด้วยความที่อดิเองไม่ชินเส้นทางเพราะยังไม่เคยไปไม่อยากพะวงกับเส้นทาง เลยตัดสินใจเดินทางโดยรถสาธารณะแบบนั่งชิลๆถึงเมื่อไหร่ก็ถึงประมาณนั้น เริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ เราของตั๋วรถของสมบัติทัวร์ เที่ยว 22.00 น. ราคา คนละ 759 บาท ไปลงที่อาเขต 2 ถึงเชียงใหม่เวลาประมาณ 07.30 น. จากนั้นก็ขึ้นสองแถวแดงไปที่สถานีขึ้นส่งช้างเผือก คนละ 40 บาท

พอถึงที่สถานีขนส่งช้างเผือก เราเดินหารถสองแถวเหลืองที่จะไปวัดจันทร์ รถจะมีแค่วันละ 2 เที่ยวเท่านั้น เวลา 9.00 / 11.00 น. มาเผื่อเวลาหน่อยก็ดีนะครับเพราะถ้าคนเต็มรถก็จะออกเร็วขึ้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. ให้บอกคนขับไปส่งที่ อ.อ.ป. ค่ารถคนละ 200 บาท ขากลับต้องนัดให้รถมารับด้วยนะครับ ให้ขอเบอร์จากคนขับว่าเที่ยวกลับเป็นคันไหนรถมีแค่ 2 เที่ยว เหมือนกัน เวลา 7.00 น. 

นั่งรถแดงมาลงที่ สถานีขนส่งช้างเผือกเพื่อต่อรถ สายเชียงใหม่-วัดจันทร์
วินรถสองแถวเหลืองไปวัดจันทร์ จะจอดอยู๋ริมทางตึกแถว ตรงข้ามกับขนส่ง 

รถจะวิ่งไปทางแม่ริมจากนั้นจะจอดแวะพักที่ อ.สะเมิง ให้เราเข้าห้องน้ำ ทานข้าว ใครอยากซื้อน้ำขนม ตุนไว้ก็ซื้อจากตรงนี้ได้เลย เพราะในโครงการไม่มีอาหารหรือขนมจำหน่ายครับ เรามาช่วงหน้าสตอเบอรี่กำลังออกผลพอดี เลยซื้อสตอเบอรี่ไปกินกันซะหน่อย

ตลาดสะเมิงใต้ เลือกซื้อของกินตุนไว้กันได้เลย
สตอเบอรี่สดๆ ลูกใหญ่มาก กล่องละ 50 บาทเองครับ ถูกมากๆ
รถจอดประมาณ 20 นาที ช็อปปิ้งเสร็จ เตรียมตัวออกเดินทางต่อได้ จากสะเมิงต้องนั่งต่อไปอีกประมาณ 3 ชม.
พี่คนขับแวะให้ถ่ายรูปจุดชมวิวระหว่างทาง วิวสวยมากๆ ระหว่างทางก็เห็นไร่สตอเบอรี่ ที่นี่เขาปลูกกันบนเขา ใครขับรถมาเองแวะซื้อแบบเป็นหลังกลับไปฝากคนที่บ้านได้เลย
เวลาประมาณ 13.30 น. รถก็มาถึงที่โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ รถวนมาถึงส่งถึงหน้าล็อบบี้ของโครงการ จากนั้นเราแค่แจ้งชื่อ กรอกแบบฟอร์ม รับกุญแจห้องพัก
บ้านสนเขา เป็นบ้านทรงเอเฟรมอยู่ท่ามกลางต้นสนสูงๆ เข้ากับบรรยากาศสุดๆ
บ้านสนเขา คืนละ 800 บาท
ในห้องพักมีห้องน้ำในตัว ที่สพคัญมีน้ำอุ่นให้อาบด้วย เพราะอากาศที่นี่เย็นมากๆ
ช่วงที่เราไปอากาศประมาณ 14 องศา นอนแบบไม่ต้องเปิดพักลมเลย
ออกมาเดินเล่นชมวิวกันหน่อยดีกว่า
ทางเดินภายในโครงการร่มรื่นไปด้วยต้นสน
ที่พักมีหลายแบบทั้งมาคู่ มาเป็นหมู่คณะ แต่ละหลังก็สวยงามแตกต่างดันไป
แวะมาดื่มกาแฟร้อนซะหน่อย แก้วละ 30 บาทเท่านั้น

นอกจากบรรยากาศของที่พักจะสวยงามด้วยต้นสนแล้ว ที่นี่ยังมีอีกไฮไลท์ นั้นก็คือใบเมเปิ้ล ที่จะเปลี่ยนสีช่วงเดือน ธ.ค-ม.ค (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ปีนี้ใบไม่แดงเท่าไหร่ ออกสีเหลืองส้มๆ แต่ก็ให้บรรยากาศสวยไปอีกแบบ

ใบเมเปิ้ลสีเหลืองส้ม แค่นี้ก็ฟินละครับ
เราเดินต่อไปที่อ่างเก็บน้ำ ไปดูโลเคชั่นสำหรับพรุ้งนี้เช้ากันก่อน เพราะว่า พรุ้งนี้เราต้องกลับรถรอบ 8 โมง จะได้ไม่เสียเวลามาหามุมถ่ายกันตอนเช้า
บรรยากาศยามเย็นของอ่างเก็บน้ำ เย็นแล้วเริ่มหิวไปทานอาหารเย็นกันดีกว่า
อาหารเย็นจะเสริฟตามรายชื่อที่วางไว้บนโต๊ะ มีอาหารประมาณ 4-5 รายการ แล้วแต่แม่ครัวว่าจะจัดอะไรมาให้ทานบ้าง แต่ใครไม่ทานหมู เนื้อ สามารถแจ้งได้ตอนจองอาหารครับ รสชาติอาหารอร่อยใช้ได้เลยครับ
น้ำพริกอ่อง ผักลวก แคปหมู
ต่อด้วยสตอเบอรี่ที่เราซื้อมากจากสะเมิง ลูกใหญ่ หวานอร่อยมากๆ
ตกดึกบ้านพักเริ่มเปิดไฟ อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เราก็เตรียมตัวอาบน้ำก่อนที่ตกดึกอากาศจะเย็นไปกว่านี้

เราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 5.30 น. เพื่อจะไปถ่ายรูปที่อ่างเก็บน้ำกันไปรอลุ้นกันว่าน้องหมอกจะมาตามนัดรึป่าว อากาศช่วงเช้าค่อยข้างเย็นเตรียมพร็อพมาให้พร้อมนะครับ หมวก, ถุงมือ, ผ้าพันคอ จัดเต็มกันได้เลย

มุมมหาชน ใครมาต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปมุมนี้ ยืนรอหมอก
น้องหมอกไม่ทำให้ผิดหวังมาตามสัญญา
คนเริ่มมากันเยอะ เราเลยเดินเลาะมาอีกมุม ทางด้านหลัง
ของจริงสวยกว่าภาพถ่ายจากคนอื่นเป็นล้านเท่าเลยครับ
นั่งเหม่อมองหมอก ชิลสุดๆ
พระอาทิตย์เริ่มส่องแสงเป็นสัณญาณว่าใกล้ได้เวลากลับแล้ว เรารีบไปเก็บของขึ้นไปทานอาหารเช้า เตรียมพร้อมรอรถมารับ เราจองรถรอบ 8.00 น. รอบสุดท้ายไว้
มื้อเช้าเป็นข้าวต้ม+กุนเชียง+ไข่เค็ม, ผัดผักกาด, ขนมปัง+กาแฟ
ปรมาณ 8.10 น. เราก็ได้ยินเสียงรถบีบแตร เราเลยรีบวิ่งลงไปขึ้นรถ ที่ปากทางเข้าโครงการ
อย่ามัวมองแต่ภาพถ่ายเพราะของจริงมันฟินกว่าเยอะ

หลายคนบอกว่าที่นี่ คือ ปางอุ๋ง แห่ง เชียงใหม่ อย่าเชื่อนะครับ ถ้าคุณยังไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง อดิรับรองว่ามันฟินมาก แล้วตามอดิมาชิล ที่ ป่าสนวัดจันทร์กันนะครับ

ค่าใช้จ่าย
ค่าที่พัก
บ้านสนเขา @ 800 บาท/หลัง/คืน
ค่าอาหาร
อาหารเย็น @ 150 บาท/คน
อาหารเช้า @ 100 บาท/คน

สอบถาม-จองที่พัก
โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์
โทร : 053-249-349
Facebook : FIO Watchan – ป่าสนวัดจันทร์ อ.อ.ป.

การเดินทาง
ทริปนี้เราเดินทางโดยรถสาธารณะ
-ขึ้นรถของสมบัติทัวร์ จากกรุงเทพฯ รอบ 22.00 น. คนละ 759 บาท มาลงที่อาเขต 2 ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 07.30 น.
-ขึ้นรถสองแถวแดง คนละ 40 บาท ไปลงที่สถานีขนส่งช้างเผือก 
-ขึ้นรถสองแถวเหลือง สายเชียงใหม่-วัดจันทร์ มี 2 เที่ยว 9.00 / 11.00 น. บอกคนขับให้ไปส่ง อ.อ.ป คนละ 200 บาท ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. ถึงที่ อ.อ.ป ประมาณ 13.30 น. (อย่าลืมนัดรถให้มารับตอนเช้าด้วยนะครับ มี 2 เที่ยว 7.00 / 8.00 น.)

แล้วเจอกันใหม่กับรีวิวหน้านะครับ

#chillwithadi #อดิพาชิล
#ป่าสนวัดจันทร์ #เที่ยวเชียงใหม่